Artificial Intelligence : มีระบบการทำงานอย่างไร?

          มีโอกาสได้อ่านบทความความเคลื่อนไหวด้านนวัตกรรมและคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ตะลึงกับวิวัฒนาการอันก้าวกระโดดของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ถุกสร้างขึ้นในโลกของเรา มีรายละเอียดจากบทความโดยย่อ คือ  artificial.intelligence


ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์จากโกเธนเบิร์ก สวีเดนได้สร้างโปรแกรม A.I. ที่สามารถเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาหลายๆ อย่างได้แล้ว และโปรแกรมก็ถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบ


พัฒนาการเรียนรู้ของเด็กในบางด้าน  โดยโปรแกรม A.I. แบบดั้งเดิมยังขาดความสามารถในการเติบโตและการปรับตัวที่ไม่เหมือนกับความฉลาดของมนุษย์ เช่น ถ้าให้โปรแกรมไปบ้านหลังใหม่ ก็ไม่สามารถทำอาการ ทำความสะอาด และซักผ้าได้เหมือนตอนอยู่บ้านหลังเก่าแล้ว
แต่ในสาขาที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป หรือ A.G.I. (Artificial General Intelligence) นั้น ถือว่าเป็นศาสตร์ให่ม่ในแขนงวิชา A.I. ที่นักวิทยาศาสตร์พยายามจะสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำให้ความฉลาดนั้นกว้างขึ้นเองได้ ทำให้ความฉลาดจะสามารถแก้ปัญหาในแขนงต่างๆได้
ตัวอย่างที่ดีที่สุดของความฉลาดทั่วไปที่เรารู้จักกันในวันนี้คือ สมองของมนุษย์ และนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามจะเลียนแบบให้ได้ที่ระดับพื้นฐานที่สุด ก็คือวิธีการพัฒนาความฉลาดของเด็ก
เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากมาย พวกเขาจะสร้างความรู้ใหม่ขึ้นจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปก่อนหน้านั้นแล้ว และพวกเขาก็จะใช้ความรู้ทั้งหมดนี้ในการหาข้อสรุปใหม่ นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์อยากจะสร้างโปรแกรมให้สามารถทำแบบนี้ได้บ้าง
โปรแกรมที่นักวิทยาศาสตร์ที่โกเธนเบิร์กได้พัฒนาขึ้นนนี้ ทำงานในรูปแบบคล้ายๆ กัน และสามารถค้นพบรูปแบบได้ด้วยตัวเอง และยังแตกต่างไปจากโปรแกรมอื่นๆ ตรงที่โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องสร้างกฎที่คอมพิวเตอร์ควรจะนำไปประยุกต์เลย

902474_10200391725930189_353864208_o-945x575
นักวิทยาศาสตร์ที่โกเธนเบิร์ก กล่าวว่า “เราก็หวังว่า โปรแกรมรูปแบบนี้สุดท้ายแล้วจะมีประโยชน์และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าหุ่นยนต์ที่เรียนรู้เป็นที่มีประสบการณ์มากๆจะเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากๆ แต่ตอนนี้เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น”
จากเนื้อหาของบทความความเคลื่อนไหวด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เห็นได้ชัดเจนว่าแม้แต่การประดิษฐืกลไกใดๆ ขึ้นมาเพื่อทำงาน แต่หากไร้ซึ่งคำสั่งที่ตั้งไว้ สิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นก็ไม่สามารถคิดหรือพัฒนาการทำงานได้เอง
สมองมนุษย์นับเป็นกลไกที่ซับซ้อน มีพัฒนา และสะสมข้อมูลจำนวนวมหาศาล โดยเฉพาะของมนุษย์ในวัยเด็กที่สามารถจดจำ เรียนรู้ และพัฒนาการได้อย่างสูงสุด นับเป็นช่วงวัยที่เหมาะแก่การปลูกฝัง เรียนรู้ และเสริมสร้างให้มีความเป็นเลิศทางสติปัญญา
ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ การปลูกฝัง และการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางสมองที่สมบูรณ์ สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าและนำความรู้ ความสามารถที่เกิดจากก้อนเนื้ออัจฉริยะ(สมอง) ที่มีอยู่ในตัวเอง มาใช้ในการพัฒนาตน พัฒนาสังคม และพัฒนาชาติ

สวสด

ที่มาของบทความ : http://www.vcharkarn.com/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s